กระบวนการผลิตกาแฟผงสำเร็จรูป
การสกัดของแข็ง
การสกัดของแข็งที่ละลายน้ำได้ของกาแฟ จะใช้น้ำเป็นตัวทำละลาย
การสกัดจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งสารละลายมีความเข้มข้นประมาณ 15
ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ w/w การสกัดนิยมทำที่อุณหภูมิ
175 องศาเซลเซียส ที่อุณหภูมิ 100
องศาเซลเซียส จะส่งผลทำให้ปริมาณของแข็งที่สกัดได้แห้งยาก
การสกัดของแข็งที่ละลายได้มี 3 วิธีด้วยกัน คือ
- (Percolation Batters) เป็นวิธีการที่ใช้กันทั่วไป
โดยนำกาแฟที่คั่วบรรจุในภาชนะ
จากนั้นจะผ่านน้ำร้อนเข้าไปสกัดของแข็งที่ละลายน้ำในกาแฟ น้ำกาแฟจะถูกปล่อยออกไป
แล้วภาชนะอันใหม่จะเข้ามาแทนที่ภาชนะเดิม อุณหภูมิที่ใช้ในการสกัดอยู่ที่ 175
องศาเซลเซียส ภายใต้ความดันสารละลายที่ได้จะมีความเข้มข้นประมาณ 15
ถึง 25 เปอร์เซ็นต์
น้ำหนักต่อน้ำหนักเข้าสู่กระบวนการทำแห้งต่อไป
- ระบบการไหลสวนทาง
(Countercurrent System) กาแฟจะถูกผ่านเข้าสู่ภาชนะควบคุมอุณหภูมิ
รูปทรงกลมอย่างต่อเนื่องและจะถูกนำขึ้นด้านบนด้วยสกรูเกลียวที่มีรอบการหมุนจำนวน 10
ถึง 22 รอบต่อชั่วโมง
และน้ำร้อนจะเข้ามาทางด้านบนเพื่อสกัดของแข็งที่ละลายน้ำได้ในกาแฟ
จากนั้นน้ำกาแฟที่ได้ จะปล่อยออกทางด้านล่าง การทำงานของระบบต้องใช้ความดันและอุณหภูมิ
180 องศาเซลเซียส
- (Slurry
Extraction) กาแฟและน้ำจะถูกกวนเข้าด้วยกันในแทงค์ และจะแยกออกจากกันโดยการหมุนเหวี่ยง
ซึ่งเครื่องจักรสำหรับกระบวนการนี้มีราคาค่อนข้างแพงมาก
การทำแห้ง (Drying)
น้ำกาแฟที่ได้สามารถทำให้แห้งโดยใช้เครื่องทำแห้งแบบพ่นฝอย
เครื่องทำแห้งแบบแช่เยือกแข็งหรือเครื่องทำแห้งแบบลูกกลิ้ง
และเครื่องทำแห้งแบบพ่นฝอย (Spray Drying)
- การทำแห้งแบบพ่นฝอย
เป็นการทำให้น้ำกาแฟเกิดเป็นละอองเล็กขนาดหยดน้ำ (เส้นผ่านศูนย์กลาง 100
ถึง 200 ไมโครเมตร) ในกระแสลมร้อนที่ไหลในทิศทางเดียวกัน
(150 ถึง 300
องศาเซลเซียส) ในถังทำแห้งขนาดใหญ่ กาแฟแห้งที่ได้จะถูกแยกออกไปโดยการใช้ Centrifugal
Atomizer ส่วนของเหลวจะถูกส่งไปยังภาชนะหมุนเพื่อสร้างขนาดของหยดสารละลายใหม่ในการสเปรย์
ผลกาแฟที่แห้งแล้วจะนำออกโดยการใช้สายพานลำเลียงแบบสกรูเกลียวหรือระบบนิวเมติก
- การทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง
(Freeze drying) เป็นการทำแห้งโดยการทำให้ของแข็งกลายเป็นไอโดยไม่ละลาย
หรือเรียกว่า การระเหิด โดยน้ำกาแฟจะถูกทำให้แข็งอย่างช้าๆ ในอุปกรณ์แช่แข็งทั่วไป
จากนั้นจึงทำการระเหิดภายใต้ความดัน 610PA และเกิดความร้อนโดยไอที่เกิดขึ้นจะถูกดูดกลับไปควบแน่นในคอยล์เย็น
การทำแห้งขั้นสุดท้ายจะรวมถึงการทำแห้งแบบระเหยด้วย
กาแฟจำเป็นที่จะต้องอยู่ในสภาพที่คล้ายโฟมเพื่อป้องกันการเกิดผลึกคล้ายแก้วของวัตถุดิบที่แช่แข็ง
- การทำแห้งแบบลูกกลิ้ง (Drum
Drying) การทำแห้งแบบนี้ไม่เป็นที่นิยมนักในขณะนี้
เนื่องจากการทำแห้งจะทำให้น้ำกาแฟต้องสัมผัสกับลูกกลิ้งรูปทรงกระบอกที่ร้อนจัด
ขั้นตอนการผลิตกาแฟกึ่งสำเร็จรูป
ขั้นตอนการผลิตกาแฟสำเร็จรูป
ขั้นตอนการผลิตกาแฟกึ่งสำเร็จรูป
ขั้นตอนที่ 1 การคัดและเก็บรักษาเมล้ดกาแฟ (Green
Bean Cleaning & Storage) คือเมล็ดกาแฟที่ถูกกะเทาะเปลือกเรียบร้อยแล้ว
เก็บไว้ใน Bin สำหรับเก็บเมล็ดกาแฟที่ควบคุมความชื้น
และอยู่ในที่อุณหภูมิที่ต่ำ จะถูกนำมาทำความสะอาด โดยการใช้เครื่อง Spray
Drying เป่า เพื่อให้สิ่งสกปรกหลุดออกจากเมล็ด
ขั้นตอนที่ 2 การผสมกาแฟ (Blending) คือการนำกาแฟพันธุ์ต่างๆ
มาผสมกันตามสูตรเฉพาะ เพื่อให้ได้กาแฟที่ต้องการในเครื่องผสม
เครื่อง Blending
ขั้นตอนที่ 3 การคั่ว (Roasting) การคั่วเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการผลิตกาแฟ
โดยกลิ่นรสสุดท้ายของกาแฟจะขึ้นกับวิธีการคั่ว ตลอดจนสภาวะที่ใช้คั่ว
โดยอุณหภูมิที่เหมาะสมในการคั่วอยู่ที่ประมาณ 200 องศาเซลเซียส
เครื่อง Roasting
ขั้นตอนที่ 4
การบด (Grinding) การบดมีลักษณะดังนี้คือ
1) แบบหยาบ
2) แบบหยาบปานกลาง
3) แบบละเอียด
4) แบบละเอียดมากโดยใช้เครื่องบดมาตรฐานเรียกว่า motorizedgrinders
เครื่อง Girnding
ขั้นตอนที่ 5 การแยกสารที่ให้กลิ่นหอม (Aroma
Recovery) เป็นการถนอมกลิ่นกาแฟไม่ให้สูญเสียไปกับกระบวนการผลิตและให้สภาพของกลิ่นคงความหอมและสดใหม่อยู่เสมอ
เครื่อง Aroma Recovery
ขั้นตอนที่ 6 การสกัดเมล็ดกาแฟ (Extraction) กาแฟจะถูกผ่านเข้าสู่ภาชนะที่ควบคุมอุณหภูมิรูปทรงกลมอย่างต่อเนื่อง
และจะถูกขนขึ้นด้านบนด้วยสกรูเกลียวที่มีรอบการหมุน 10
ถึง 22 รอบต่อชั่วโมง และน้ำร้อนจะเข้ามาทางด้านบน
เพื่อสกัดของแข็งที่ละลายน้ำได้ในกาแฟ จากนั้นน้ำกาแฟที่ได้จะปล่อยออกทางด้านล่าง
การทำงานของระบบต้องใช้ความดันและอุณหภูมิประมาณ 180
องศาเซลเซียส
ขั้นตอนที่ 7 การระเหยน้ำ (Evaporation) เป็นกระบวนการสกัดความชื้นของเมล็ดกาแฟ
โดยมีการปรับอุณหภูมิของตัวเครื่อง เพื่อให้ความร้อนระเหยออกมาเป็นไอ สกัดความชื้นให้เมล็ดกาแฟแห้ง
หากเมล็ดกาแฟมีความชื้นจะทำให้เกิดเชื้อรา จะไม่สามารถนำมาใช้ในการผลิตได้
เพราะเมล็ดกาแฟหมดคุณภาพ
ขั้นตอนที่ 8 การฉีดสารที่ให้กลิ่นหอม (Aroma
Recovery) หลังจากการระเหยน้ำ
จะทำการฉีดสารที่ให้กลิ่นหอมกลับเข้ามา เพื่อคืนสภาพของกลิ่นให้กลับมาคงความหอมและสดใหม่อยู่เสมอ
ขั้นตอนที่ 9 การวัดค่ามาตรฐาน (Standardization) เป็นการวัดความเข้มข้นของกาแฟให้ได้มาตรฐานตามที่ต้องการ
ขั้นตอนที่ 10 การทำแห้ง (Drying) การทำแห้งแบบพ่นฝอย
เป็นการทำให้น้ำกาแฟเกิดเป็นละอองขนาดเล็กขนาดหยดน้ำในกระแสลมร้อนที่ไหลในทิศทางเดียวกัน
ในถังทำแห้งขนาดใหญ่
กาแฟแห้งที่ได้จะถูกแยกออกไปโดยการใช้ Centrifugal Atomizer ส่วนของเหลวจะถูกส่งไปยังภาชนะหมุน
เพื่อสร้างขนาดของหยดสาร ละลายใหม่ในการสเปรย์
ขั้นตอนที่ 11 การบรรจุภัณฑ์ (Filling & Packing) เมื่อได้กาแฟผงสำเร็จรูปก็จะนำเข้าสู่กระบวนการบรรจุภัณฑ์
โดยใช้เครื่องมือในการบรรจุภัณฑ์
หลังจากนั้นก็จะทำการบรรจุลงหีบห่อและขนย้ายไปยังโกดังพักสินค้า
เพื่อรอการขนส่งต่อไป
ที่มา : http://www.arda.or.th/kasetinfo/south/coffee/used/01-02.php






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น